ข้ามไปเนื้อหา
SMEโครงการฟื้นฟู SME ที่ประสบภัยพื้นที่ภาคใต้SME Financial Resilience & Funding Readiness

บทที่ 3 การเตรียมเอกสารและงบการเงินเพื่อขอกู้

รวบรวมเอกสารให้ครบในครั้งเดียว จัดทำประมาณการกระแสเงินสด และทำให้บัญชีน่าเชื่อถือ

เวลาเรียน 30 นาทีความคืบหน้า –
ไปที่ Workshop
สารบัญบทนี้
  1. 3.1 ทำไมคำขอสินเชื่อถึงช้า
  2. 3.2 เอกสาร 4 กอง จำแค่นี้พอ
  3. 3.3 ปัญหาบัญชีสองเล่ม จุดตายของ SME ไทย
  4. 3.4 ประมาณการกระแสเงินสด เอกสารที่ธนาคารอ่านก่อนเสมอ
  5. 3.5 ใบงาน ประมาณการกระแสเงินสด 6 เดือน
  6. แบบทบทวนท้ายบท
  7. เอกสารประจำบท

3.1ทำไมคำขอสินเชื่อถึงช้า

คำขอสินเชื่อ SME โดยเฉลี่ยใช้เวลา 45–60 วันนับจากวันยื่นเอกสารครบ คำสำคัญคือ “นับจากวันที่เอกสารครบ” ไม่ใช่วันที่ติดต่อเข้าธนาคารครั้งแรก โดยในทางปฏิบัติผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยื่นเอกสารไม่ครบในครั้งแรก จะต้องมีการติดตามเอกสารเป็นระยะ โดยแต่ละรอบมักห่างกันหนึ่งถึงสองสัปดาห์ ทำให้ระยะเวลาในการยื่นเอกสารยิ่งล้าช้า อาจจะใช้เวลาเตรียมเอกสารนานถึงสองเดือน หลังจากนั้นอีก 45 วันถัดมา จึงได้เอกสารครบ รวมเป็นระยะเวลานานถึงสี่เดือน ทำให้โอกาสทางธุรกิจหายไป ความจริงที่เจ็บปวดคือ ธนาคารไม่ได้ดำเนินการช้า ขั้นตอนการเตรียมเอกสารต่างหากที่ทำให้การดำเนินการล่าช้า

3.2เอกสาร 4 กอง จำแค่นี้พอ

รายการเอกสารของธนาคารมักมีรายละเอียดค่อนข้างมาก ดังนั้น จึงจัดเป็น 4 กองแทน โดยแต่ละกอง จะตอบคำถามหนึ่งข้อของธนาคาร

ภาพที่ 3.1 แบ่งเอกสารเป็น 4 กอง แต่ละกองตอบคำถามคนละข้อ
ภาพที่ 3.1 แบ่งเอกสารเป็น 4 กอง แต่ละกองตอบคำถามคนละข้อ

ชุด 1 คุณเป็นใคร

เอกสาร ระยะเวลา สถานที่ที่ขอเอกสาร
หนังสือรับรองบริษัท ไม่เกิน 3 เดือน กรมพัฒนาธุรกิจการค้า / ออนไลน์ DBD
หนังสือบริคณห์สนธิ และข้อบังคับ ฉบับล่าสุด กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) ไม่เกิน 3 เดือน กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
ทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.20) ฉบับจริง กรมสรรพากร
บัตรประชาชนและทะเบียนบ้านกรรมการทุกคน สำเนารับรอง ตัวเอง
ใบอนุญาตประกอบกิจการเฉพาะทาง ยังไม่หมดอายุ เช่น ใบอนุญาตโรงแรม ใบอนุญาตสถานประกอบการอาหาร

ชุด 2 ตัวเลขของคุณเป็นอย่างไร

นี่คือชุดที่สำคัญที่สุด และเป็นชุดที่ตัดสินผลการอนุมัติ

เอกสาร ระยะเวลา เหตุผล
งบการเงินที่ยื่นสรรพากร 3 ปีย้อนหลัง (มีตราประทับ) ดูแนวโน้มการเติบโตและความสม่ำเสมอ
แบบ ภ.พ.30 (VAT) 12 เดือนย้อนหลัง

สอบทานยอดขายจริงรายเดือน

และดูฤดูกาลของธุรกิจ

Statement บัญชีธนาคารทุกบัญชี 6–12 เดือนย้อนหลัง

ดูเงินสดเข้าออกจริง

และพฤติกรรมการใช้เงิน

งบภายในกิจการปีปัจจุบัน ถึงเดือนล่าสุด

ดูผลประกอบการปีนี้

ก่อนงบตรวจสอบ

รายละเอียดลูกหนี้ เจ้าหนี้ สินค้าคงเหลือ ณ วันสิ้นงวดล่าสุด

ตรวจว่าลูกหนี้กระจุกตัวที่

ลูกค้ารายเดียวหรือไม่

ภาระหนี้กับสถาบันการเงินอื่นทั้งหมด ปัจจุบัน

คำนวณ DSCR รวมทุกภาระ

ไม่ใช่แค่ของธนาคารเดียว

ชุด 3 คุณมีอะไรมาค้ำประกัน

เอกสาร หมายเหตุ
โฉนดที่ดิน (น.ส.4 จ.) หรือ น.ส.3 ก. ธนาคารชอบโฉนดมากที่สุด น.ส.3 ก. กู้ได้แต่สัดส่วนต่ำกว่า
สำเนาทะเบียนบ้านของสิ่งปลูกสร้าง ถ้ามีอาคารบนที่ดิน
ใบอนุญาตก่อสร้าง และแบบแปลน สำหรับหลักประกันที่เป็นอาคาร
กรมธรรม์ประกันอัคคีภัย ระบุธนาคารเป็นผู้รับผลประโยชน์ ทำหลังอนุมัติ แต่เตรียมข้อมูลไว้ก่อน
หนังสือยินยอมของคู่สมรสผู้ค้ำประกัน ข้อนี้คนลืมบ่อยที่สุด ทำให้เรื่องช้าไปอีก 2 สัปดาห์
เอกสารประเมินราคาที่ดินเดิม (ถ้ามี) ช่วยให้ธนาคารประเมินเร็วขึ้น

ชุด 4 คุณจะเอาเงินไปทำอะไร

ชุดที่แยกผู้ประกอบการมืออาชีพออกจากมือใหม่

เอกสาร ข้อมูลภายใน
ประมาณการกระแสเงินสด 12–36 เดือน เงินสดรับ เงินสดจ่าย ยอดคงเหลือแต่ละเดือน พร้อมสมมติฐานที่อธิบายได้
แผนการใช้เงินกู้ (Use of Proceeds)

ระบุชัดว่าเงินแต่ละบาทไปไหน เช่น ซื้อเครื่องจักร 4 ล้าน

ปรับปรุงร้าน 2 ล้าน สำรองหมุนเวียน 1 ล้าน

ใบเสนอราคาจากผู้ขาย ยืนยันว่าราคาที่ขอกู้เป็นราคาจริง ไม่ได้เผื่อไว้
สัญญาหรือใบสั่งซื้อในมือ หลักฐานว่ารายได้ในอนาคตมีที่มา
ประวัติเจ้าของและทีมงาน ประสบการณ์ในธุรกิจนี้กี่ปี เคยผ่านวิกฤตอะไรมาบ้าง

3.3ปัญหาบัญชีสองเล่ม จุดตายของ SME ไทย

ผู้ประกอบการไทยจำนวนมากมี “งบสองชุด” ชุดหนึ่งส่งสรรพากรซึ่งแสดงกำไรน้อยเพื่อประหยัดภาษี อีกชุดเป็นตัวเลขจริงที่เจ้าของใช้บริหาร เมื่อจะขอสินเชื่อ ปัญหาก็มักจะพบว่า ถ้ายื่นงบที่ส่งสรรพากร ธนาคารจะเห็นกำไรน้อย จึงคำนวณ DSCR ได้ต่ำ กู้ไม่ผ่าน ถ้ายื่นงบภายในที่กำไรสูง ธนาคารจะถามทันทีว่าทำไมไม่ตรงกับที่ส่งสรรพากร และตั้งคำถามเรื่องความน่าเชื่อถือของทั้งกิจการ ทางออกที่หลายคนเลือกคือ ไม่ทำอะไรเลย แล้วก็กู้ไม่ได้ตลอดไป

ภาพที่ 3.2 ธนาคารไม่ได้เชื่อตัวเลขเดียว แต่จะเอา 5 แหล่งมาวางเทียบกัน
ภาพที่ 3.2 ธนาคารไม่ได้เชื่อตัวเลขเดียว แต่จะเอา 5 แหล่งมาวางเทียบกัน

ธนาคาร ตรวจสอบสอบทานรายได้อย่างไร

แหล่งข้อมูล ความหมาย ความน่าเชื่อถือ
งบส่งสรรพากร ยอดขายที่แจ้งแก่รัฐ ปลอมไม่ได้ มีตราประทับ
แบบ ภ.พ.30 ยอดขายรายเดือนที่มี VAT ปลอมไม่ได้ ตรวจย้อนกับสรรพากรได้
Bank Statement เงินเข้าบัญชีจริง ปลอมยากมาก ธนาคารขอตรงจากธนาคารเจ้าของบัญชีได้
เอกสารการค้า บิล ใบกำกับภาษี ใบส่งของ ตรวจสุ่มกับคู่ค้าได้
งบภายในกิจการ ตัวเลขที่เจ้าของบอก ปลอมง่ายที่สุด ธนาคารจึงเชื่อน้อยที่สุด

ทางออกที่ใช้ได้จริง

การแก้ปัญหานี้ต้องใช้เวลา ไม่มีทางลัด แต่มีลำดับที่ถูกต้อง

ขั้นตอน วิธีดำเนินงาน ระยะเวลา
ขั้นที่ 1 หยุดรับเงินสดที่ไม่ผ่านบัญชี เริ่มให้ลูกค้าโอนเข้าบัญชีธุรกิจทุกรายการ เริ่มได้พรุ่งนี้
ขั้นที่ 2 ออกใบกำกับภาษีทุกครั้งที่ขาย แม้ลูกค้าไม่ขอ เก็บสำเนาไว้ เริ่มได้พรุ่งนี้
ขั้นที่ 3 ยอมเสียภาษีเพิ่มขึ้น เพื่อให้งบสะท้อนกำไรจริง คิดเป็นค่าใช้จ่ายในการเข้าถึงเงินทุน 1 รอบปีบัญชี
ขั้นที่ 4

ทำให้ 3 ตัวเลขนี้ห่างกันไม่เกิน 10% ยอดขายในงบ / ยอดใน ภ.พ.30

รวมทั้งปี / เงินเข้าบัญชีทั้งปี

12 เดือน
ขั้นที่ 5 ยื่นขอสินเชื่อโดยใช้งบปีที่สะอาดแล้ว 1–2 ปี ปีที่ 2–3

3.4ประมาณการกระแสเงินสด เอกสารที่ธนาคารอ่านก่อนเสมอ

ถ้าให้เลือกเอกสารเพียงชิ้นเดียวที่จะทำให้ดีที่สุด ให้เลือกประมาณการกระแสเงินสด เพราะงบการเงินย้อนหลังบอกว่า คุณมีประวัติเป็นอย่างไร แต่ประมาณการกระแสเงินสด จะบอกว่าคุณจะเอาเงินที่ไหนมาผ่อนธนาคาร และนั่นคือคำถามเดียวที่ธนาคารสนใจ

ภาพที่ 3.3 ประมาณการของธุรกิจโรงแรมขนาดกลาง เห็นชัดว่าเดือน มิ.ย.–ส.ค. เงินสดตึง ต้องเตรียมวงเงินสำรอง
ภาพที่ 3.3 ประมาณการของธุรกิจโรงแรมขนาดกลาง เห็นชัดว่าเดือน มิ.ย.–ส.ค. เงินสดตึง ต้องเตรียมวงเงินสำรอง

โครงสร้าง 3 ส่วนที่ต้องมี

อย่าทำประมาณการเป็นแค่ตัวเลขกำไรรายเดือน ธนาคารต้องการเห็นเงินสด ซึ่งต่างกัน

ประเภท ประกอบด้วย จุดที่พลาดบ่อย
เงินสดรับ รับเงินจากลูกค้า (ไม่ใช่ยอดขาย) เงินกู้ที่เบิก เงินเพิ่มทุน

ใส่ยอดขายแทนเงินที่เก็บได้จริง

ทั้งที่ขายเชื่อ 60 วัน

เงินสดจ่าย

จ่ายซัพพลายเออร์ เงินเดือน ค่าเช่า ดอกเบี้ย

เงินต้น ภาษี ลงทุนซื้อของ

ลืมใส่เงินต้นที่ต้องผ่อน ใส่แต่ดอกเบี้ย
เงินสดคงเหลือ

ยอดต้นเดือน + รับ − จ่าย = ยอดปลายเดือน

(ไปเป็นต้นเดือนถัดไป)

ปล่อยให้ติดลบบางเดือน

โดยไม่อธิบายว่าจะเอาเงินจากไหน

สมมติฐานที่ต้องเขียนกำกับไว้เสมอ

ประมาณการที่ไม่มีสมมติฐานกำกับ ธนาคารถือว่าเป็นตัวเลขที่คาดเดาขึ้นมา ให้เขียนอธิบายทุกบรรทัด

สมมติฐาน ตัวอย่างที่เขียนได้ ตัวอย่างที่ธนาคารไม่ยอมรับ
การเติบโตของยอดขาย

เติบโต 8% ต่อปี อ้างอิงจากค่าเฉลี่ย 3 ปีที่ผ่านมา

ซึ่งโต 7.2%, 8.5%, 8.1%

เติบโต 30% ต่อปี

เพราะเศรษฐกิจจะดีขึ้น

ระยะเวลาเก็บหนี้ เก็บได้ใน 45 วัน อ้างอิงจากอายุลูกหนี้เฉลี่ยปีที่แล้ว 47 วัน เก็บได้ทันทีทุกราย
อัตรากำไรขั้นต้น คงที่ 38% เท่ากับ 2 ปีที่ผ่านมา

เพิ่มเป็น 50%

เพราะจะขึ้นราคา

ฤดูกาล มิ.ย.–ส.ค. ยอดขายลดลง 25% ตามสถิติ 3 ปี ยอดขายเท่ากันทุกเดือน
ต้นทุนคงที่ เพิ่ม 3% ต่อปีตามเงินเฟ้อ คงที่ตลอด 5 ปี

3.5ใบงาน ประมาณการกระแสเงินสด 6 เดือน

กรอกตัวเลขของกิจการ เริ่มจากเดือนถัดไป ใช้ตัวเลขจริงจาก Bank Statement เป็นฐาน

รายการ เดือน 1 เดือน 2 เดือน 3 เดือน 4 เดือน 5 เดือน 6
เงินสดต้นเดือน (ก)
เงินสดรับจากลูกค้า
เงินสดรับอื่น ๆ
รวมเงินสดรับ (ข)
จ่ายซัพพลายเออร์
เงินเดือนพนักงาน
ค่าเช่า ค่าน้ำ ค่าไฟ
ผ่อนเงินต้นธนาคาร
ดอกเบี้ยจ่าย
ภาษี และประกันสังคม
รวมเงินสดจ่าย (ค)
เงินสดปลายเดือน (ก+ข−ค)

คำถามที่ต้องตอบให้ได้หลังกรอกเสร็จ

  • มีเดือนไหนบ้างที่เงินสดปลายเดือนติดลบหรือไม่ ถ้ามีจะเอาเงินจากที่ไหนมาเติม

  • เดือนที่เงินสดต่ำสุดเหลือเท่าไร พอจะจ่ายเงินเดือนพนักงานหนึ่งเดือนไหม

  • ถ้ายอดขายลดลง 20% ทุกเดือน เงินสดจะติดลบเดือนไหน

  • ต้องการวงเงินหมุนเวียนเท่าไร ถึงจะสามารถช่วยบริหารเดือนที่แย่ที่สุดไปได้

แบบทบทวนท้ายบท

5 ข้อ เลือกคำตอบแล้วดูเฉลยพร้อมคำอธิบายทันที ตอบถูก 4 ข้อขึ้นไปถือว่าผ่าน

บันทึกความคืบหน้า
อ่านจบ · Workshop · แบบทบทวน

เอกสารประจำบท