ข้ามไปเนื้อหา
SMEโครงการฟื้นฟู SME ที่ประสบภัยพื้นที่ภาคใต้SME Financial Resilience & Funding Readiness
หน้าแรก / หลักสูตร 2 / กรณีศึกษาเต็มรูปแบบ

กรณีศึกษาเต็มรูปแบบ: จากถูกปฏิเสธ สู่ได้รับอนุมัติ

ภาคผนวก ค ของหนังสือเล่ม 2 — โรงแรมบูทีคที่ถูกปฏิเสธสินเชื่อ ไล่แก้ทีละขั้นตามหัวข้อ 1–4 จนได้รับอนุมัติ

สารบัญ
  1. ค.1 ขั้นที่หนึ่ง อ่านงบของตัวเอง (หัวข้อ 1)
  2. ค.2 หาสาเหตุที่ถูกปฏิเสธ (หัวข้อ 3)
  3. ค.3 แผนแก้ไข 12 เดือน
  4. ค.4 คำนวณ DSCR ย้อนกลับ ขอวงเงินเท่าไรถึงจะผ่าน
  5. ค.5 การเจรจา (หัวข้อ 4)
  6. ค.6 สรุปบทเรียนทั้งหมด
  7. แบบทบทวน

“โรงแรมบูทีคหาดใหญ่” เดินตามทั้ง 4 หัวข้อ ตั้งแต่อ่านงบจนถึงได้รับอนุมัติ

ภาคผนวกนี้แสดงให้เห็นรายละเอียดของกิจการ ของผู้ประกอบการจริงหนึ่งราย ตั้งแต่วันที่เปิดงบการเงินครั้งแรก จนถึงวันที่ได้รับอนุมัติวงเงิน 22 ล้านบาท ใช้เวลาทั้งหมด 14 เดือน โดยตัวเลขทั้งหมดถูกปรับให้เข้าใจง่าย เพื่อให้คำนวณตามได้ง่าย พร้อมทั้งโครงสร้างปัญหาและวิธีแก้ปัญหาจริง

ค.1 ขั้นที่หนึ่ง อ่านงบของตัวเอง (หัวข้อ 1)

สิ่งแรกที่เจ้าของทำ คือเปิดงบการเงินปีล่าสุดที่ส่งสรรพากร แล้วกรอกข้อมูลตัวเลขลงใบงานท้ายหัวข้อ 1

รายการ ปี 2566 ปี 2567 ปี 2568
รายได้จากการขาย 18,400,000 19,800,000 21,600,000
หัก ต้นทุนขายและบริการ (9,900,000) (10,500,000) (11,200,000)
กำไรขั้นต้น 8,500,000 9,300,000 10,400,000
หัก ค่าใช้จ่ายขายและบริหาร (6,600,000) (7,000,000) (7,600,000)
กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อม (EBITDA) 1,900,000 2,300,000 2,800,000
หัก ค่าเสื่อมราคา (1,100,000) (1,100,000) (1,150,000)
หัก ดอกเบี้ยจ่าย (480,000) (450,000) (420,000)
กำไรก่อนภาษี 320,000 750,000 1,230,000
หัก ภาษีเงินได้นิติบุคคล (48,000) (120,000) (210,000)
กำไรสุทธิ 272,000 630,000 1,020,000

อ่านตัวเลขนี้อย่างไร

  • แนวโน้มดี รายได้โตปีละประมาณ 8% ต่อเนื่องสามปี กำไรขั้นต้นโตเร็วกว่ารายได้ แปลว่าเจ้าของควบคุมต้นทุนได้ดีขึ้น

  • อัตรากำไรขั้นต้น 10,400,000 ÷ 21,600,000 = 48.1% ซึ่งเป็นระดับปกติของโรงแรมบูทีค

  • อัตรากำไรสุทธิ 1,020,000 ÷ 21,600,000 = 4.7% ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมโรงแรมซึ่งอยู่ที่ 15–25% มาก

  • สาเหตุที่กำไรสุทธิต่ำ ค่าเสื่อมราคา 1.15 ล้านบาท กินกำไรไปเกือบครึ่ง ซึ่งเป็นเรื่องปกติของธุรกิจที่ลงทุนอาคารหนัก และไม่ใช่เงินสดที่จ่ายออกไปจริง

งบดุลบอกอะไร

รายการ ปี 2568 หมายเหตุ
เงินสดและเงินฝากธนาคาร 1,450,000 เท่ากับค่าใช้จ่ายไม่ถึง 1 เดือน (ประมาณ 28 วัน) ค่อนข้างบาง
ลูกหนี้การค้า (บริษัททัวร์ OTA) 2,100,000 เก็บเงินเฉลี่ย 35 วัน ถือว่าดี
ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ (สุทธิ) 38,600,000 ราคาประเมินตลาดล่าสุด 52,000,000
รวมสินทรัพย์ 42,150,000
เจ้าหนี้การค้าและค่าใช้จ่ายค้างจ่าย 1,850,000
เงินกู้ระยะยาว (คงเหลือ) 6,300,000 เหลืออีก 4 ปี ผ่อนปีละ 1,575,000 + ดอกเบี้ย
รวมหนี้สิน 8,150,000
ทุนจดทะเบียนชำระแล้ว 30,000,000
กำไรสะสม 4,000,000 สะสมมา 6 ปี เป็นบวก ธนาคารพอใจ
รวมส่วนของเจ้าของ 34,000,000

ค.2 หาสาเหตุที่ถูกปฏิเสธ (หัวข้อ 3)

เมื่อกลับไปดูสิ่งที่ยื่นไปเมื่อปีก่อน พบปัญหาสามข้อ และไม่มีข้อไหนเกี่ยวกับความแข็งแรงของธุรกิจเลย

ปัญหาที่พบ รายละเอียด การตีความของธนาคาร
1. ตัวเลข 5 แหล่ง ไม่ตรงกัน

งบส่งสรรพากรแจ้งรายได้ 21.6 ล้าน แต่ ภ.พ.30 รวมทั้งปีได้เพียง 14.2 ล้าน

ส่วนเงินเข้าบัญชีธนาคาร 19.8 ล้าน

ธนาคารยึดตัวเลขต่ำสุด 14.2 ล้าน ทำให้ EBITDA ที่คำนวณได้เหลือเพียง

1.6 ล้าน และ DSCR ตกทันที

2. ไม่มีประมาณการ

กระแสเงินสด

ยื่นแต่งบย้อนหลัง ไม่มีเอกสารบอกว่า

อาคารใหม่จะสร้างรายได้เท่าไร

เจ้าหน้าที่ต้องเดาเอง แ

ละเดาแบบระมัดระวังที่สุด

3. ขอวงเงินโดยไม่คำนวณ DSCR ย้อนกลับ

ขอ 22 ล้าน ผ่อน 7 ปี โดยไม่ได้ตรวจ

ว่าภาระผ่อนรวมจะเป็นเท่าไร

DSCR ที่คำนวณได้เพียง 0.27 เท่า

ปฏิเสธทันที

ทำไม ภ.พ.30 ถึงต่ำกว่างบ

เจ้าของอธิบายว่า ลูกค้าชาวต่างชาติที่จ่ายเงินสดหน้าเคาน์เตอร์จำนวนมาก ไม่ได้ขอใบกำกับภาษี ทางโรงแรมจึงไม่ได้ออกใบกำกับ และไม่ได้นำยอดนั้นเข้าระบบ VAT แต่นำเข้างบการเงินตอนสิ้นปีเพื่อให้ตัวเลขถูกต้อง เจตนาไม่ได้เลวร้าย แต่ผลลัพธ์คือ ธนาคารมองว่ารายได้ที่พิสูจน์ได้มีเพียง 14.2 ล้านบาท ส่วนต่าง 7.4 ล้านบาทถูกตัดทิ้งทั้งหมด

ค.3 แผนแก้ไข 12 เดือน

เจ้าของตัดสินใจไม่ยื่นซ้ำทันที แต่ใช้เวลา 12 เดือนแก้ที่ต้นเหตุ ต่อไปนี้คือสิ่งที่ทำ

เดือน การดำเนินการ ผลที่ได้
เดือน 1

ติดตั้งระบบ POS ที่ออกใบกำกับภาษีอัตโนมัติ

ทุกการเข้าพัก แม้ลูกค้าไม่ขอ

ยอดใน ภ.พ.30 เริ่มตรงกับยอดขายจริง
เดือน 1

ยกเลิกการรับเงินสด เปลี่ยนเป็นรับบัตรเครดิต

และ QR Payment เท่านั้น

เงินทุกบาทเข้าบัญชีธุรกิจ ตรวจสอบได้
เดือน 2–3

จัดทำประมาณการกระแสเงินสด 36 เดือน 3 กรณี

พร้อมสมมติฐาน

มีเอกสารที่ธนาคารต้องการแต่ไม่เคยมี
เดือน 3 ขอใบเสนอราคาก่อสร้างจากผู้รับเหมา 3 ราย ยืนยันว่างบประมาณ 22 ล้านเป็นราคาจริง
เดือน 4–12

ยอมเสียภาษี VAT และภาษีนิติบุคคลเพิ่มขึ้น

ตามรายได้ที่แจ้งครบ

จ่ายภาษีเพิ่มปีละประมาณ 620,000 บาท
เดือน 12 รวบรวมเอกสาร 4 กอง จัดทำสรุปคำขอ 7 หน้า พร้อมยื่นครบในครั้งเดียว
เดือน 13

ยื่นขอพร้อมกัน 3 ธนาคาร ธนาคารพาณิชย์ 2 แห่ง

ธนาคารรัฐ 1 แห่ง

มีอำนาจต่อรอง

ค.4 คำนวณ DSCR ย้อนกลับ ขอวงเงินเท่าไรถึงจะผ่าน

บทเรียนสำคัญที่สุดจากกรณีนี้ อย่าขอวงเงินตามที่อยากได้ ให้คำนวณย้อนกลับจาก DSCR ที่ต้องผ่าน

เปรียบเทียบสองข้อเสนอ

ยื่นครั้งแรก (ถูกปฏิเสธ) ยื่นครั้งที่สอง (ได้รับอนุมัติ)
EBITDA ที่ธนาคารยอมรับ 1,600,000 (ใช้ยอด ภ.พ.30) 6,900,000 (ทุกแหล่งตรงกัน)
วงเงินที่ขอ 22,000,000 22,000,000
ระยะเวลาผ่อน 7 ปี 12 ปี
เงินต้นต่อปี 3,142,857 1,833,333
ดอกเบี้ยเฉลี่ยต่อปี 743,000 687,500
ภาระผ่อนใหม่ต่อปี 3,885,857 2,520,833
บวก ภาระผ่อนเดิม 1,995,000 1,995,000
ภาระผ่อนรวมต่อปี 5,880,857 4,515,833
DSCR 0.27 เท่า 1.53 เท่า
ผลการพิจารณา ปฏิเสธ อนุมัติ

ค.5 การเจรจา (หัวข้อ 4)

เมื่อยื่นครบทั้งสามธนาคาร ได้ข้อเสนอกลับมาภายใน 45 วัน ทั้งสามแห่งอนุมัติในหลักการ ต่อไปนี้คือการเปรียบเทียบต้นทุนที่แท้จริง

รายการต้นทุน ธนาคาร ก ธนาคาร ข ธนาคารรัฐ ค
อัตราอ้างอิง MRR 7.30% 6.90% 6.50%
ส่วนต่าง (Spread) −1.00% −0.60% −0.75%
ดอกเบี้ยจริง 6.30% 6.30% 5.75%
ค่าธรรมเนียมจัดการวงเงิน (เฉลี่ยต่อปี) 0.17% 0.08% 0.00%
ค่าประเมินหลักประกัน (เฉลี่ยต่อปี) 0.06% 0.06% 0.05%
ค่าจดจำนอง (เฉลี่ยต่อปี) 0.08% 0.08% 0.08%
เบี้ยประกันอัคคีภัย 0.11% 0.11% 0.11%
ค่าธรรมเนียม บสย. 0.00% 0.00% 0.00%
ต้นทุนที่แท้จริงรวม 6.72% 6.63% 5.99%
ระยะเวลาผ่อนสูงสุดที่ให้ 10 ปี 12 ปี 12 ปี
ช่วงปลอดเงินต้น ไม่มี 12 เดือน 18 เดือน

สิ่งที่เจ้าของทำต่อ

  • ไม่รีบเซ็นทันที นำข้อเสนอของธนาคารรัฐ ค ที่ต้นทุนจริง 5.99% ไปแสดงกับธนาคาร ข

  • ต่อรองสิ่งที่ต่อรองได้ ขอให้ธนาคาร ข ยกเว้นค่าธรรมเนียมจัดการวงเงิน และปรับ Spread จาก −0.60% เป็น −0.95%

  • ไม่ต่อรองสิ่งที่ต่อรองไม่ได้ ไม่พยายามขอให้ลด MRR หรือลดเกณฑ์ DSCR เพราะรู้ว่าเป็นนโยบายระดับธนาคาร

  • ผลลัพธ์ ธนาคาร ข ปรับข้อเสนอเป็น ดอกเบี้ยจริง 5.95% ยกเว้นค่าธรรมเนียมจัดการวงเงิน ผ่อน 12 ปี ปลอดเงินต้น 12 เดือน

ค.6 สรุปบทเรียนทั้งหมด

บทเรียน ที่มา ใช้กับกิจการอย่างไร

ดู EBITDA ไม่ใช่กำไรสุทธิ

สำหรับธุรกิจที่ลงทุนอาคารหนัก

หัวข้อ 1

บวกค่าเสื่อมและดอกเบี้ยกลับเข้าไปในกำไรสุทธิเสมอ

ก่อนคำนวณ DSCR

ตัวเลขจาก 5 แหล่งต้องตรงกัน

ธนาคารยึดตัวเลขต่ำสุด

หัวข้อ 3

ให้ทุกบาททุกสตางค์ผ่านบัญชีธุรกิจ

และออกใบกำกับภาษีทุกครั้ง

ยอมเสียภาษีเพิ่ม

เพื่อปลดล็อกเงินทุน มักคุ้มค่า

หัวข้อ 3 คำนวณเปรียบเทียบด้วยตัวเลขจริง ไม่ใช่ความรู้สึก
คำนวณ DSCR ย้อนกลับก่อนขอวงเงิน หัวข้อ 4 อย่าขอตามที่อยากได้ ให้ขอตามที่ DSCR รับไหว

การยืดระยะเวลาผ่อน

เป็นเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุด

หัวข้อ 4

ยืดจาก 7 ปี เป็น 12 ปี

เปลี่ยน DSCR จาก 0.27 เป็น 1.53 เท่า

ยื่นพร้อมกันหลายธนาคาร คื

ออำนาจต่อรองเดียวที่มีจริง

หัวข้อ 4

ยื่นอย่างน้อย 2–3 แห่ง

เปรียบเทียบต้นทุนที่แท้จริง ไม่ใช่ดอกเบี้ยหน้าซอง

การรอ 12 เดือนเพื่อเตรียมตัว

ดีกว่าถูกปฏิเสธหนึ่งครั้ง

ทุกหัวข้อ

การถูกปฏิเสธติดประวัติ ต้องใช้เวลาสองปีลบล้าง

การรอไม่เสียอะไร

SME Financial Resilience & Funding Readiness - หลักสูตรการเงินเพื่อการฟื้นฟู SME

แบบทบทวน

บันทึกความคืบหน้า