ข้ามไปเนื้อหา
SMEโครงการฟื้นฟู SME ที่ประสบภัยพื้นที่ภาคใต้SME Financial Resilience & Funding Readiness

บทที่ 2 เครื่องมือทางการเงินเพื่อขยายธุรกิจ

รู้จักสินเชื่อแต่ละประเภท เลือกให้ตรงกับความต้องการ และคำนวณต้นทุนทางการเงินที่แท้จริง

เวลาเรียน 25 นาทีความคืบหน้า –
ไปที่ Workshop
สารบัญบทนี้
  1. 2.1 ความผิดพลาดที่แพงที่สุดของ SME ไทย
  2. 2.2 แผนที่สินเชื่อ จับคู่ให้ถูก
  3. 2.3 ดอกเบี้ย MRR MLR MOR คืออะไร
  4. 2.4 ต้นทุนทางการเงินที่แท้จริง สูงกว่าที่คุณคิดเสมอ
  5. 2.5 โครงสร้างเงินทุน ควรกู้กี่เปอร์เซ็นต์
  6. 2.6 ใบงาน ออกแบบโครงสร้างเงินทุนของคุณ
  7. แบบทบทวนท้ายบท
  8. เอกสารประจำบท

2.1ความผิดพลาดที่แพงที่สุดของ SME ไทย

มีความผิดพลาดหนึ่งอย่างที่ทำให้ธุรกิจ SME ไทยเจอวิกฤตมากที่สุด ไม่ใช่การขายไม่ดี ไม่ใช่คู่แข่งเยอะ แต่คือ “การใช้เงินสั้นไปทำเรื่องยาว” ลองนึกภาพ เจ้าของร้านวัสดุก่อสร้างท่านหนึ่ง เห็นที่ดินแปลงงามติดถนนใหญ่ ราคา 8 ล้านบาท คิดว่าถ้าซื้อไว้จะขยายโกดังได้ แต่ขณะนั้นมีแค่วงเงิน O/D 5 ล้านบาทที่ธนาคารอนุมัติไว้สำหรับหมุนเวียนซื้อของ จึงเบิกวงเงิน O/D เต็มวงเงินมาวางมัดจำและกู้เงินญาติมาอีก 3 ล้าน

6 เดือนต่อมา ฤดูก่อสร้างมาถึง ลูกค้าสั่งของเข้ามาเยอะ ร้านต้องซื้อของมาสต๊อกก่อนล่วงหน้า แต่วงเงิน O/D ถูกใช้ไปกับที่ดินหมดแล้ว ร้านไม่มีเงินซื้อของ ต้องปฏิเสธคำสั่งซื้อ ลูกค้ากลับไปหาคู่แข่ง ในขณะที่ที่ดินแปลงนั้นยังไม่ได้เริ่มดำเนินการ ไม่มีสร้างรายได้เลย แต่ดอกเบี้ย O/D เดินทุกวัน

นี่คือกับดักที่พบได้บ่อยที่สุด และป้องกันได้ง่ายที่สุด เพียงแค่เราเข้าใจว่าเงินแต่ละก้อนมีอายุการใช้ และอายุนั้นต้องตรงกับอายุของสิ่งที่คุณเอาเงินไปใช้

2.2แผนที่สินเชื่อ จับคู่ให้ถูก

ภาพที่ 2.1 ความต้องการใช้เงินแต่ละแบบ มีเครื่องมือทางการเงินที่ออกแบบมาเฉพาะ
ภาพที่ 2.1 ความต้องการใช้เงินแต่ละแบบ มีเครื่องมือทางการเงินที่ออกแบบมาเฉพาะ

กลุ่มที่ 1 วงเงินหมุนเวียน (Working Capital) เงินระยะสั้น

ใช้สำหรับหมุนเวียนในวงจรธุรกิจปกติ ซื้อของ ขายของ เก็บเงิน แล้ววนกลับมาซื้อของใหม่ วงจรนี้ปกติกินเวลา 30–120 วัน

ชื่อวงเงิน ทำงานอย่างไร เหมาะกับ ข้อควรระวัง
เงินเบิกเกินบัญชี (O/D) ผูกกับบัญชีกระแสรายวัน เบิกเมื่อไรก็ได้ คิดดอกเบี้ยเฉพาะยอดที่ใช้จริง รายวัน ธุรกิจที่เงินเข้าออกไม่แน่นอน ต้องการความยืดหยุ่นสูง

ดอกเบี้ยสูงสุดในบรรดาสินเชื่อ ถ้าใช้เต็มวงเงินตลอดเวลาแปลว่า

คุณใช้ผิดประเภท

ตั๋วสัญญาใช้เงิน (P/N) เบิกเป็นก้อน กำหนดวันคืนชัดเจน เช่น 90 วัน 180 วัน รู้ล่วงหน้าว่าจะได้เงินคืนเมื่อไร เช่นมีใบสั่งซื้อในมือ ต้องคืนตรงวัน ถ้าคืนไม่ได้ต้องต่ออายุ (Roll over) ซึ่งธนาคารอาจไม่ให้
สินเชื่อการค้า (Trade Finance) L/C, T/R, Packing Credit สำหรับนำเข้าส่งออก ธุรกิจนำเข้าวัตถุดิบ หรือส่งออกสินค้า มีค่าธรรมเนียมหลายชั้น ต้องอ่านตารางค่าธรรมเนียมให้ครบ
สินเชื่อลูกหนี้การค้า (Factoring) เอาใบแจ้งหนี้ลูกค้าไปขายให้ธนาคาร รับเงินสดทันที ขายเชื่อให้บริษัทใหญ่ที่จ่ายช้า 60–90 วัน ต้นทุนสูงกว่า O/D แต่ไม่ต้องใช้หลักประกัน

กลุ่มที่ 2 วงเงินลงทุน (Investment) เงินระยะยาว

ใช้สำหรับซื้อสินทรัพย์ที่จะสร้างรายได้ให้กิจการเป็นเวลาหลายปี ระยะเวลาผ่อนควรใกล้เคียงกับอายุการใช้งานของสินทรัพย์นั้น

ชื่อวงเงิน ทำงานอย่างไร เหมาะกับ ระยะเวลาทั่วไป
เงินกู้ระยะยาว (T/L) เบิกเป็นก้อน ผ่อนคืนเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยเป็นงวดรายเดือน ซื้อเครื่องจักร ต่อเติมอาคาร ปรับปรุงร้าน 3–7 ปี

สินเชื่อโครงการ

(Project Loan)

เบิกเป็นงวดตามความก้าวหน้าการก่อสร้าง มีช่วงปลอดเงินต้น

(Grace Period)

สร้างโรงแรม รีสอร์ท

อาคารพาณิชย์

7–15 ปี
เช่าซื้อ / ลีสซิ่ง ธนาคารซื้อของให้ เราผ่อน กรรมสิทธิ์โอนเมื่อผ่อนหมด

รถยนต์ รถบรรทุก

เครื่องจักรมาตรฐาน

3–5 ปี
สินเชื่อที่มีที่ดินค้ำ จำนองที่ดิน กู้ได้ตามสัดส่วนราคาประเมิน (LTV) ต้องการเงินก้อนใหญ่ ดอกเบี้ยต่ำ 5–20 ปี

กลุ่มที่ 3 วงเงินที่ไม่ใช่เงิน

บางครั้งคุณไม่ต้องการเงินสด คุณต้องการแค่ให้ธนาคารรับรองความน่าเชื่อถือของคุณ

  • หนังสือค้ำประกัน (L/G) ใช้ค้ำประกันการยื่นซองประมูล ค้ำประกันผลงาน หรือค้ำประกันการชำระเงินให้ผู้ขาย ธนาคารไม่ได้จ่ายเงินออกแต่รับปากว่าถ้าคุณไม่ทำตามสัญญา ธนาคารจะจ่ายแทน คุณเสียเพียงค่าธรรมเนียมประมาณ 1–2% ต่อปี

  • การรับรองตั๋ว (Aval) ธนาคารเซ็นรับรองตั๋วสัญญาใช้เงินของคุณ ทำให้ผู้ขายยอมส่งของก่อนรับเงิน

2.3ดอกเบี้ย MRR MLR MOR คืออะไร

ธนาคารไทยไม่ได้บอกดอกเบี้ยเป็นตัวเลขจำนวนเต็ม แต่จะบอกเป็น “อัตราอ้างอิง บวก/ลบ ส่วนต่าง” เพราะดอกเบี้ยจะเปลี่ยนตามของภาวะตลาด

อัตราอ้างอิง ชื่อเต็ม เหมาะกับใคร ระดับ
MOR อัตราดอกเบี้ยเงินเบิกเกินบัญชี วงเงิน O/D ของลูกค้าธุรกิจ ปานกลาง
MLR อัตราดอกเบี้ยลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี บริษัทขนาดใหญ่ ความเสี่ยงต่ำ ต่ำที่สุด
MRR อัตราดอกเบี้ยลูกค้ารายย่อยชั้นดี SME และบุคคลธรรมดา สูงที่สุด

เมื่อธนาคารเสนอ “MRR ลบ 1.00%” และ MRR ของธนาคารนั้นอยู่ที่ 7.00% แปลว่าดอกเบี้ยจริงของคุณคือ 6.00% ต่อปี ตัวเลข “ลบ 1.00%” นี้เรียกว่า Spread และเป็นคือสิ่งที่สามารถต่อรองได้ แต่ในขณะที่ MRR ต่อรองไม่ได้เพราะธนาคารประกาศเป็นทางการ

2.4ต้นทุนทางการเงินที่แท้จริง สูงกว่าที่คุณคิดเสมอ

ดอกเบี้ย 6% ที่ธนาคารเสนอ ไม่ใช่ต้นทุนที่คุณจ่ายจริง ยังมีค่าใช้จ่ายอีกหลายรายการที่ซ่อนอยู่ในสัญญา และเมื่อรวมทั้งหมด ต้นทุนจริงมักสูงกว่าที่โฆษณา 1–2%

ภาพที่ 2.2 ตัวอย่างวงเงินกู้ 10 ล้านบาท ดอกเบี้ยโฆษณา 6% แต่ต้นทุนจริง 7.23% ต่อปี
ภาพที่ 2.2 ตัวอย่างวงเงินกู้ 10 ล้านบาท ดอกเบี้ยโฆษณา 6% แต่ต้นทุนจริง 7.23% ต่อปี

2.5โครงสร้างเงินทุน ควรกู้กี่เปอร์เซ็นต์

คำถามที่เจ้าของกิจการถามบ่อยที่สุดคือ “ผมควรกู้เท่าไรดี”

ภาพที่ 2.3 ยิ่งกู้มาก ผลตอบแทนต่อเงินตัวเองยิ่งสูง แต่ความเสี่ยงพุ่งขึ้นเร็วกว่าผลตอบแทน
ภาพที่ 2.3 ยิ่งกู้มาก ผลตอบแทนต่อเงินตัวเองยิ่งสูง แต่ความเสี่ยงพุ่งขึ้นเร็วกว่าผลตอบแทน

ทำไมกู้มากแล้วผลตอบแทนสูงขึ้น

แล้วทำไมถึงไม่กู้ 100% ไปเลย

เพราะสมการนี้ทำงานสองทาง ถ้าโครงการให้ผลตอบแทนแค่ 5% ไม่ใช่ 15%

2.6ใบงาน ออกแบบโครงสร้างเงินทุนของคุณ

กรอกข้อมูลโครงการที่คุณกำลังจะขอสินเชื่อ

คำถาม คำตอบของคุณ
เงินที่ต้องใช้ทั้งหมดเท่าไร บาท
เอาไปทำอะไร (ให้ชัดเจน)
สิ่งที่ซื้อจะใช้งานได้กี่ปี ปี
ดังนั้นควรใช้เงินสั้นหรือเงินยาว
เงินตัวเองที่ใส่ได้ บาท ( % )
เงินที่ต้องกู้ บาท ( % )
โครงการนี้จะสร้างเงินสดเพิ่มปีละเท่าไร บาท
คิดเป็นผลตอบแทนกี่ % ต่อเงินลงทุนรวม %
ต้นทุนทางการเงินจริงที่ประมาณไว้ %
ส่วนต่างความปลอดภัย (ผลตอบแทน − ต้นทุน) % (ควรเกิน 3%)

ตรวจสอบตัวเองก่อนไปหัวข้อ 3

  • ถ้าส่วนต่างความปลอดภัยต่ำกว่า 3% ให้กลับไปทบทวนว่าโครงการนี้คุ้มค่าที่จะกู้จริงหรือไม่

  • ถ้าคุณเลือก “เงินระยะสั้น” แต่สิ่งที่ซื้อใช้งานเกิน 3 ปี แปลว่าคุณกำลังจะทำผิดกฎเหล็กในหัวข้อ 2.1

  • ถ้าเงินตัวเองต่ำกว่า 20% ของโครงการ ธนาคารส่วนใหญ่จะมองว่าคุณ “ไม่มีอะไรจะเสีย” และจะปฏิเสธหรือขอหลักประกันเพิ่ม

แบบทบทวนท้ายบท

5 ข้อ เลือกคำตอบแล้วดูเฉลยพร้อมคำอธิบายทันที ตอบถูก 4 ข้อขึ้นไปถือว่าผ่าน

บันทึกความคืบหน้า
อ่านจบ · Workshop · แบบทบทวน

เอกสารประจำบท

เครื่องมือเพิ่มเติมสำหรับบทนี้: เทียบต้นทุนจริงแบบ IRR