ข้ามไปเนื้อหา
SMEโครงการฟื้นฟู SME ที่ประสบภัยพื้นที่ภาคใต้SME Financial Resilience & Funding Readiness

บทที่ 6 กระแสเงินสดเพื่อความอยู่รอด

Cash Flow for Survival — กระแสเงินสดเพื่อความอยู่รอด

เวลาเรียน 30 นาทีกรณีศึกษา ปั๊มน้ำมันและร้านสะดวกซื้อความคืบหน้า –
ไปที่ Workshop
สารบัญบทนี้
  1. เริ่มต้นด้วยเรื่องจริง
  2. 1. ทำไมกระแสเงินสดถึงสำคัญที่สุด
  3. 2. กระแสเงินสด 3 กิจกรรม
  4. 3. กำไร ไม่เท่ากับ เงินสด
  5. 4. ทำ Cash Flow Forecast เพื่อมองอนาคต
  6. 5. สร้างเงินสำรองฉุกเฉิน กันชนของธุรกิจ
  7. 6. เชื่อมโยงทุกหัวข้อสู่ เอกสารทางการเงิน สำหรับยื่นกู้ ( Financial Dossier )
  8. 7. กระแสเงินสดในธุรกิจตามฤดูกาล
  9. 8. เครื่องมือช่วยติดตามกระแสเงินสด
  10. 9. บริหารหนี้อย่างชาญฉลาด
  11. เจาะลึก: การอ่านงบกระแสเงินสด
  12. ตัวอย่างที่ 2: ผลของการมีเงินสำรอง
  13. บทสรุปเรื่องราว: คุณประยุทธ์บริหารเงินสดได้อย่างสบายใจ
  14. สรุปสำคัญประจำหัวข้อ
  15. แบบฝึกปฏิบัติ: Cash Flow Forecast 3 เดือนของคุณ
  16. คำถามที่พบบ่อย
  17. แบบฝึกปฏิบัติ หัวข้อ 6
  18. บันทึกของฉัน หัวข้อ 6
  19. แบบทบทวนท้ายบท
  20. เอกสารประจำบท

เริ่มต้นด้วยเรื่องจริง

ทุกความรู้ในหัวข้อนี้เริ่มต้นจากปัญหาจริงที่ผู้ประกอบการมักพบเจอ ลองอ่านเรื่องราวต่อไปนี้ พร้อมกับวิเคราะห์ว่า หากกิจการนี้เป็นของเรา เราจะแก้ปัญหานี้ได้อย่างไร และปัญหาเหล่านี้อาจจะใกล้เคียงกับสิ่งที่ธุรกิจของเรากำลังเผชิญ

1ทำไมกระแสเงินสดถึงสำคัญที่สุด

มีคำพูดหนึ่งในโลกธุรกิจว่า “กำไรคือความคิดเห็น แต่เงินสดคือความจริง” เพราะธุรกิจจำนวนมากล้มไม่ใช่เพราะขาดทุน แต่เพราะ “เงินสดหมด” จ่ายค่าจ้าง จ่ายเจ้าหนี้ จ่ายหนี้ไม่ได้

กระแสเงินสดคือเงินจริงที่ไหลเข้าและออกจากธุรกิจ ต่างจากกำไรทางบัญชีที่อาจรวมยอดขายเชื่อที่ยังไม่ได้รับเงิน การเข้าใจและบริหารกระแสเงินสดจึงเป็นหัวใจของความอยู่รอด

2กระแสเงินสด 3 กิจกรรม

เงินสดที่ไหลเข้าออกธุรกิจมาจาก 3 แหล่ง เมื่อเข้าใจแล้วจะบริหารได้ง่ายขึ้น

จากการดำเนินงาน เงินจากการขายสินค้า/บริการหลัก หักด้วยรายจ่ายในการดำเนินงาน นี่คือแหล่งที่สำคัญที่สุด
จากการลงทุน เงินที่ใช้ซื้อหรือได้จากการขายทรัพย์สิน เช่น ซื้อเครื่องจักร ซื้อที่ดิน สร้างอาคาร
จากการจัดหาเงิน เงินจากการกู้ การคืนหนี้ หรือเงินทุนที่เจ้าของใส่เข้ามา

สิ่งที่ต้องจับตาที่สุดคือกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน ถ้าติดลบเรื้อรัง แปลว่าธุรกิจหลักกำลังกินเงินสด ซึ่งเป็นสัญญาณอันตราย

3กำไร ไม่เท่ากับ เงินสด

หลายคนสับสนระหว่างกำไรกับเงินสด ทั้งสองอย่างต่างกัน และความต่างนี้คือสาเหตุที่ทำให้ธุรกิจที่มีกำไรกลับเงินขาดมือ

กำไร (Profit) เงินสด (Cash)
เป็นตัวเลขในงบกำไรขาดทุน เป็นเงินจริงในบัญชีที่ใช้จ่ายได้
รวมยอดขายเชื่อที่ยังไม่ได้รับเงิน นับเฉพาะเงินที่เข้ามาจริง
ไม่บอกจังหวะเวลาเงินเข้า-ออก บอกว่าเดือนไหนเงินพอ เดือนไหนขาด
ดีในระยะยาว สำคัญต่อความอยู่รอดทุกวัน

4ทำ Cash Flow Forecast เพื่อมองอนาคต

Cash Flow Forecast คือการประมาณการเงินสดเข้า-ออกล่วงหน้า เพื่อเห็นว่าเดือนไหนเงินจะตึง จะได้เตรียมรับมือทัน ไม่ต้องวิ่งหาเงินแบบฉุกเฉิน

กราฟด้านล่างแสดงเงินสดคงเหลือของปั๊มคุณประยุทธ์ตลอด 12 เดือน สังเกตว่าช่วงกลางปีเงินสดลดต่ำสุด ซึ่งถ้ารู้ล่วงหน้า ก็เตรียมเงินสำรองหรือเลื่อนรายจ่ายได้

Cash Flow Forecast 12 เดือน: เงินสดลดต่ำสุดช่วงเดือน 5 (2 แสนบาท) แล้วค่อย ๆ ฟื้นตัวขึ้น
Cash Flow Forecast 12 เดือน: เงินสดลดต่ำสุดช่วงเดือน 5 (2 แสนบาท) แล้วค่อย ๆ ฟื้นตัวขึ้น

เอกสาร Cash Flow Forecast นี้มีประโยชน์สองต่อ: (1) ช่วยให้เราวางแผนการเงินล่วงหน้า และ (2) ใช้แนบยื่นขอสินเชื่อกับธนาคารได้ เพราะมันแสดงให้ธนาคารเห็นว่าเราจะมีเงินชำระหนี้คืนในแต่ละเดือน

5สร้างเงินสำรองฉุกเฉิน กันชนของธุรกิจ

บทเรียนสำคัญจากวิกฤตน้ำท่วมคือ ธุรกิจที่มีเงินสำรองรอดได้ดีกว่ามาก เงินสำรองฉุกเฉินเปรียบเหมือนกันชนที่ช่วยให้ธุรกิจอยู่รอดเมื่อเกิดเรื่องไม่คาดฝัน

หลักการคือ ควรมีเงินสดสำรองพอครอบคลุมค่าใช้จ่ายประจำ 3-6 เดือน เผื่อกรณีรายได้หยุดชะงักกะทันหัน เช่น ภัยธรรมชาติ วิกฤตเศรษฐกิจ หรือเหตุการณ์ที่ทำให้ลูกค้าหายไป

การสร้างเงินสำรองทำได้โดยกันเงินส่วนหนึ่งของกำไรทุกเดือนเข้าบัญชีแยกต่างหาก ไม่นำมาใช้จ่ายประจำ แม้จะเริ่มจากจำนวนน้อย แต่สะสมไปเรื่อย ๆ ก็จะกลายเป็นกันชนที่แข็งแรง เจ้าของธุรกิจที่ผ่านวิกฤตมาแล้วมักเข้าใจดีว่า เงินสำรองไม่ใช่เงินที่ “ไม่ได้ใช้ประโยชน์” แต่คือประกันความอยู่รอดที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของธุรกิจ

6เชื่อมโยงทุกหัวข้อสู่ เอกสารทางการเงิน สำหรับยื่นกู้ ( Financial Dossier )

มาถึงหัวข้อสุดท้าย ลองมองย้อนกลับไปว่าความรู้ทั้ง 6 หัวข้อเชื่อมโยงกันอย่างไร และนำไปสู่เป้าหมายสูงสุดคือการเข้าถึงแหล่งทุนจาก

  • หัวข้อ 1 เราประเมินความพร้อมและรู้ว่าต้องเตรียมอะไร

  • หัวข้อ 2 เราบริหารเงินทุนหมุนเวียนให้มีสภาพคล่อง

  • หัวข้อ 3 เราควบคุมต้นทุนให้มีกำไร

  • หัวข้อ 4 เราวัด EBITDA ที่ธนาคารใช้ประเมิน

  • หัวข้อ 5 เราตั้งราคาและรู้จุดคุ้มทุน

  • หัวข้อ 6 นี้ เราทำ Cash Flow Forecast

ผลงานทั้งหมดนี้เมื่อนำมารวมกัน จะกลายเป็นชุดเอกสารทางการเงิน สำหรับยื่นกู้(Financial Dossier) ที่ครบถ้วน แสดงให้ธนาคารเห็นว่าธุรกิจเราแข็งแรง มีการบริหารที่ดี และจะคืนหนี้ได้อย่างไร

Cash Flow Forecast คือหัวใจของ เอกสารทางการเงิน สำหรับยื่นกู้(Financial Dossier) เพราะมันตอบคำถามสำคัญที่สุดของธนาคาร นั่นคือ “ธุรกิจนี้จะมีเงินชำระหนี้คืนในแต่ละเดือนหรือไม่” เมื่อเราตอบคำถามนี้ได้ด้วยตัวเลขที่น่าเชื่อถือ โอกาสได้รับอนุมัติสินเชื่อก็สูงขึ้นมาก

7กระแสเงินสดในธุรกิจตามฤดูกาล

ธุรกิจจำนวนมากมีรายได้ไม่สม่ำเสมอตลอดปี โดยเฉพาะธุรกิจท่องเที่ยวที่มีช่วงไฮซีซั่นและโลว์ซีซั่น การบริหารกระแสเงินสดจึง ท้าทายเป็นพิเศษ หลักการคือ ในช่วงที่รายได้ดี (ไฮซีซั่น) อย่าใช้เงินหมด ควรเก็บเงินส่วนหนึ่งไว้สำหรับช่วงที่รายได้น้อย (โลว์ซีซั่น) เพื่อให้มีเงินจ่ายค่าใช้จ่ายประจำที่ยังต้องจ่ายทุกเดือน

การทำ Cash Flow Forecast ทั้งปีช่วยให้เห็นภาพว่าเดือนไหนเงินเข้ามาก เดือนไหนเข้าน้อย จะได้วางแผนกันเงินและจัดการรายจ่ายให้สอดคล้อง

สำหรับปั๊มน้ำมันของคุณประยุทธ์ที่มีรายได้ค่อนข้างสม่ำเสมอ ความท้าทายอยู่ที่ภาระผ่อนก้อนใหญ่ ส่วนธุรกิจท่องเที่ยวตามฤดูกาล ความท้าทายคือความผันผวนของรายได้ ทั้งสองแบบแก้ได้ด้วยการวางแผนล่วงหน้าและมีเงินสำรอง

8เครื่องมือช่วยติดตามกระแสเงินสด

การบริหารกระแสเงินสดที่ดีต้องอาศัยการติดตามอย่างสม่ำเสมอ โชคดีที่ทุกวันนี้มีเครื่องมือหลายอย่างช่วยได้ ไม่จำเป็นต้องใช้ระบบซับซ้อนหรือแพง

เริ่มจากเครื่องมือง่ายที่สุดคือ ตารางในโปรแกรม Excel หรือ Google Sheets ที่เราทำเองได้ กำหนดคอลัมน์เป็นเดือน แถวเป็นรายการเงินเข้า-ออก แล้วให้โปรแกรมคำนวณเงินคงเหลือให้อัตโนมัติ

สำหรับธุรกิจที่มีรายการเยอะ อาจใช้โปรแกรมบัญชีสำเร็จรูปที่มีฟังก์ชันติดตามกระแสเงินสด ช่วยประหยัดเวลาและลดข้อผิดพลาด

สิ่งที่สำคัญกว่าเครื่องมือคือ วินัยในการอัปเดตข้อมูลสม่ำเสมอ อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง และทบทวน Forecast ทุกเดือน เพื่อให้ตัวเลขใกล้เคียงความจริง เครื่องมือที่ดีที่สุดคือเครื่องมือที่เราใช้จริงอย่างต่อเนื่อง

9บริหารหนี้อย่างชาญฉลาด

หนี้ไม่ใช่สิ่งเลวร้ายเสมอไป หนี้ที่ดีคือหนี้ที่นำมาลงทุนสร้างรายได้เพิ่ม ส่วนหนี้ที่ไม่ดีคือหนี้ที่นำมาใช้จ่ายโดยไม่สร้างผลตอบแทน การบริหารหนี้อย่างชาญฉลาดจึงสำคัญต่อกระแสเงินสด

หลักการสำคัญคือ ใช้หนี้ระยะยาวสำหรับการลงทุนระยะยาว เช่น ซื้อที่ดิน สร้างอาคาร และใช้หนี้ระยะสั้นสำหรับความต้องการระยะสั้น เช่น เงินทุนหมุนเวียน การใช้ผิดประเภท เช่น เอาเงินกู้ระยะสั้นไปลงทุนระยะยาว จะทำให้เงินสดตึงเรื้อรัง

ควรจัดตารางผ่อนหนี้ให้สอดคล้องกับกระแสเงินสด ถ้าธุรกิจมีรายได้ตามฤดูกาล ควรเจรจาให้ผ่อนมากในช่วงรายได้ดี และผ่อนน้อยในช่วงรายได้น้อย เพื่อไม่ให้เงินสดตึงในช่วงที่รายได้ต่ำ

การมีวินัยในการชำระหนี้ตรงเวลา นอกจากช่วยรักษาเครดิตที่ดีแล้ว ยังช่วยให้ขอสินเชื่อครั้งต่อไปได้ง่ายขึ้นและได้เงื่อนไขที่ดีกว่า เครดิตที่ดีคือทรัพย์สินที่มองไม่เห็นแต่มีค่ามากของธุรกิจ

เจาะลึก: การอ่านงบกระแสเงินสด

งบกระแสเงินสด (Cash Flow Statement) เป็นหนึ่งในสามงบการเงินหลัก แต่หลายคนมองข้าม ทั้งที่มันบอกความจริงเรื่องเงินได้ดีที่สุด งบนี้แสดงว่าเงินสดเข้า-ออกจากไหนบ้างในช่วงเวลาหนึ่ง

เมื่ออ่านงบกระแสเงินสด ให้ดูที่กระแสเงินสดจากการดำเนินงานเป็นอันดับแรก ถ้าเป็นบวกและสม่ำเสมอ แสดงว่าธุรกิจหลักสร้างเงินสดได้ดี นี่คือสัญญาณสุขภาพที่ดี

ถ้ากระแสเงินสดจากการดำเนินงานติดลบ แต่ธุรกิจยังอยู่ได้เพราะกู้เงินหรือขายทรัพย์สินมาชดเชย นั่นคือสัญญาณอันตราย เพราะธุรกิจกำลังกินทุนตัวเอง

การทำและอ่านงบกระแสเงินสดเป็นประจำ ช่วยให้เรารู้ทันสถานการณ์ และตัดสินใจได้ก่อนที่เงินจะหมด

ลองดูตัวอย่าง Cash Flow Forecast แบบง่ายของปั๊มคุณประยุทธ์ 3 เดือนแรก (หน่วย: แสนบาท)

รายการ เดือน 1 เดือน 2 เดือน 3
เงินสดต้นเดือน 8 6 4
เงินเข้า (ยอดขาย) 50 50 52
เงินออก (ซื้อของ + ผ่อนหนี้) 52 52 50
เงินสดปลายเดือน 6 4 6

ตัวอย่างที่ 2: ผลของการมีเงินสำรอง

เปรียบเทียบธุรกิจ 2 แห่งเมื่อเจอเหตุรายได้หยุด 2 เดือน (ค่าใช้จ่ายประจำ 5 แสน/เดือน)

สถานการณ์ ธุรกิจ ก (ไม่มีสำรอง) ธุรกิจ ข (มีสำรอง 3 เดือน)
เงินสำรองเริ่มต้น 0 บาท 1,500,000 บาท
รายได้หยุด 2 เดือน ขาดเงิน 1 ล้าน ใช้เงินสำรอง
ต้องกู้ฉุกเฉิน 1,000,000 บาท ไม่ต้องกู้
ผลลัพธ์ หนี้เพิ่ม เสี่ยงล้ม อยู่รอด ฟื้นตัวได้

บทสรุปเรื่องราว: คุณประยุทธ์บริหารเงินสดได้อย่างสบายใจ

สรุปสำคัญประจำหัวข้อ

  • ธุรกิจล้มเพราะเงินสดหมด ไม่ใช่เพราะขาดทุนทางบัญชี

  • กระแสเงินสดมี 3 กิจกรรม โฟกัสที่การดำเนินงานเป็นหลัก

  • กำไรไม่เท่ากับเงินสด เงินสดคือความจริงที่ใช้จ่ายได้

  • Cash Flow Forecast ช่วยให้เห็นล่วงหน้าว่าเดือนใดสภาพคล่องต่ำ และใช้ยื่นขอสินเชื่อได้

แบบฝึกปฏิบัติ: Cash Flow Forecast 3 เดือนของคุณ

ประมาณการเงินสดเข้า-ออกของธุรกิจคุณอีก 3 เดือนข้างหน้า

รายการ เดือน 1 เดือน 2 เดือน 3
เงินสดต้นเดือน
เงินเข้า (รายได้)
เงินออก (รายจ่าย + หนี้)
เงินสดปลายเดือน

คำถามที่พบบ่อย

ทำ Forecast ล่วงหน้ากี่เดือนดี?

อย่างน้อย 3 เดือนสำหรับการบริหารประจำวัน และ 12 เดือนสำหรับการวางแผนและยื่นขอสินเชื่อ ยิ่งไกลยิ่งช่วยวางแผน แต่ความแม่นยำจะลดลงตามระยะเวลา

Forecast ไม่ตรงกับความจริง ทำผิดไหม?

ไม่ผิด Forecast คือการประมาณการ ย่อมมีคลาดเคลื่อนบ้าง สิ่งสำคัญคือทบทวนและปรับให้ใกล้เคียงความจริงมากขึ้น การมี Forecast ที่ไม่สมบูรณ์ยังดีกว่าไม่มีเลย

เงินสำรอง 3-6 เดือน หามาจากไหน?

สะสมจากกำไรในแต่ละเดือน เก็บไว้ส่วนหนึ่งที่ไม่นำมาใช้ เริ่มจากน้อยๆแล้วเพิ่มขึ้นเมื่อธุรกิจดีขึ้น ถือเป็นวินัยทางการเงินที่สำคัญ

แบบฝึกปฏิบัติ หัวข้อ 6

ลงมือทำจริงกับข้อมูลตัวเลขธุรกิจของคุณ นำผลลัพธ์ไปต่อยอดเป็นส่วนหนึ่งของเอกสารทางการเงินสำหรับยื่นกู้(Financial Dossier )

ขั้นที่ 1 นำแนวคิดหลักของหัวข้อนี้มาใช้กับธุรกิจของคุณ

ขั้นที่ 2 กรอกข้อมูลตัวเลขของธุรกิจคุณ

รายการ เดือน 1 เดือน 2 เดือน 3
เงินสดต้นเดือน
เงินเข้า (รายได้)
เงินออก (รายจ่าย + หนี้)
เงินสดปลายเดือน

ขั้นที่ 3 สิ่งที่ฉันจะลงมือทำภายใน 30 วัน

บันทึกของฉัน หัวข้อ 6

จดสิ่งที่ได้เรียนรู้ ข้อมูลตัวเลขของธุรกิจคุณ หรือคำถามที่อยากถามวิทยากร

แบบทบทวนท้ายบท

5 ข้อ เลือกคำตอบแล้วดูเฉลยพร้อมคำอธิบายทันที ตอบถูก 4 ข้อขึ้นไปถือว่าผ่าน

บันทึกความคืบหน้า
อ่านจบ · Workshop · แบบทบทวน

เอกสารประจำบท